Home วัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี
ประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรีจัดอบรม(อป.มช.)เพื่อขยายเครือข่ายฯ พิมพ์ อีเมล

ประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรีได้จัดฝึกอบรมโครงการเครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน(อป.มช.)จังหวัดปราจีนบุรีขึ้น

ระหว่างวันที่28 กุมภาพันธ์ -1มีนาคม 2556 ณ โรงแรมวังสำราญ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยท่านวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี รองผู้ว่าราชการ

จังหวัดปราจีนบุรีเป็นประธานเปิดโครงการ

โดยมีตัวแทนจากทุกเครือข่ายในจังหวัดปราจีนบุรีเข้าร่วมรับการอบรมฯ

ท่านวัชรพงศ์ สุภรณ์ไพจิต นายกสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรีได้แนะนำให้ผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้ถึงวิธีการเขียนข่าวอย่างถูกต้องบนความเป็นจริง

ท่านประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรีได้มอบประกาศฯให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนและจะทำบัตรประจำตัวให้ผู้กับเข้ารับการอบรมทุกคนด้วย

ประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรีได้จัดโครงการสานสัมพันธ์เครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน(อป.มช.)จังหวัดปราจีนบุรีขึ้น

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2556 ณ ภัตตาคารแสงสว่างใจ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยท่านจิตรา  พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีเป็นประธานเปิดโครงการ

โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน(อป.มช.)จังหวัดปราจีนบุรีรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันและรับทราบนโยบายของท่านผู้ว่าฯในการพัฒนาจังหวัดปราจีนบุรี

และช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารทางราชการให้ชุมชนต่างๆได้รับทราบ

และจะร่วมมือกันในการรายงานข่าวสารที่เที่ยงตรงถูกต้องตามความเป็นจริงเท่านั้น

จังหวัดปราจีนบุรี จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายประชาสัมพันธ์ โครงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ณ โรงแรมวังสำราญ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยท่านจิตรา พรหมชุติมา ผู่ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธาน

โดยมีท่าน สัญญา  แสงพุ่มพงษ์ ผู้อำนวยการส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา สำนักชลประทานที่ 9

และท่าน เพิ่มศักดิ์ คิดหมาย ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างที่ 6 (โครงการพระองค์-บางพระ) เป็นวิทยากร

เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูล เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือประชาชนมิให้ประสบปัญหาจากอุทกภัย  ตามโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย

ตลอดจนเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีให้แพร่หลายอย่างกว้างขวาง

และเชิญชวนให้พี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 800 คน ประกอบไปด้วยประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ คือ พื้นที่เขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี อำเภอเมือง  พื้นที่เขตเทศบาลตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี  และเขตเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมหาโพธิ  และท่านใดที่มีความสนใจเข้าร่วมร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นในกิจกรรมดังกล่าว ขอเรียนเชิญเข้าร่วมรับฟัง  ได้ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือวิทยาเขตปราจีนบุรี อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ในวันพุธที่ 4 ธันวาคม 2556 เวลา 08.30-16.30 น.

และประชาสัมพันธ์แผนงานของกรมชลประทานที่จะทำซ้อนกับโมดูลB2 โดยใช้งบประมาณของกรมชลประทานเองจำนวน 40 ล้านบาท

คือสร้างประตูระบายน้ำปิดด้านหัวและท้ายของแม่น้ำแควหนุมานช่วงตลาดเทศบาลกบินทร์ และขุดคลองผันน้ำสายใหม่ ระยะทาง 5 กิโลเมตร ตั้งแต่บ้านหนองเอี่ยน หมู่ที่ 1 ตำบลนาแขม อำเภอกบินทร์ผ่านถนนสุวรรณศรไปออกที่แม่น้ำปราจีนบุรีช่วงบ้านปากแพรก ตำบลกบินทร์ ซึ่งกรมชลประทานจะต้องนำแผนงานโครงการดังกล่าวมาทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่จะดำเนินโครงการฯก่อนว่ามีความเห็นด้วยหรือไม่

จังหวัดปราจีนบุรี จัดประชุมโครงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2556 ณ โรงแรมวังสำราญ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยท่านวีรวุตศ์ ปุตตรเสนีย์ รองผู่ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธาน

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 800 คน ประกอบไปด้วยประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ คือ พื้นที่เขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี อำเภอเมือง พื้นที่เขตเทศบาลตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี และเขตเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมหาโพธิ

และมีพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีที่มีความสนใจเข้าร่วมร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นในกิจกรรมดังกล่าว ที่อยู่นอกเหนือจากการเรียนเชิญเข้าร่วมรับฟังเกินกลุ่มเป้าหมาย 800 คน ที่มายืนรอเข้าร่วมเวทีอีกเป็นจำนวนมาก

พี่ๆตำรวจมายืนเรียงแถวอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีที่เข้าร่วมประชุม

โดยให้พี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย 800 คนเข้าไปในเวทีฯก่อน

เมื่อพี่น้องกลุ่มเป้าหมาย 800 คนเดินผ่านเข้ามาจะมีพี่ๆตำรวจตั้งแถวอำนวยความสะดวกอีกชั้นหนึ่ง

และยืนเรียงแถวอำนวยความสะดวกไปตลอดรายทางจนถึงห้องประชุม

ซึ่งน่าจะทำเป็นบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของจังหวัดปราจีนบุรีว่า เป็นการจัดเวทีครั้งแรกของปราจีนบุรีที่มีพี่ๆตำรวจมาอำนวยความสะดวกมากมายถึงขนาดนี้

พี่ๆฝ่ายปกครองจังหวัดปราจีนบุรีให้การต้อนรับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ตรงทางเข้าประตูด้านใน

และจัดให้มีการลงทะเบียนโดยแบ่งเป็นโซนแต่ละอำเภอรวม 7 อำเภอ

เช่นโต๊ะของอำเภอศรีมโหสถจะมีพี่ๆของสำนักงานพัฒนาชุมชนและฝ่ายปกครองจังหวัดมาร่วมอำนวยความสะดวก

โต๊ะของอำเภอเมืองจัดเอาไว้ 2 โต๊ะเพราะมีกลุ่มเป้าหมายเกือบ 300 คน

ประชาสัมพันธ์จังหวัดถือป้ายนำผู้เข้าร่วมประชุมเดินเข้าสู่เวที

โต๊ะของอำเภอประจันตคามมีพี่ๆสำนักงานจังหวัดและฝ่ายปกครองของอำเภอประจันตคามร่วมอำนวยความสะดวก

โต๊ะของอำเภอศรีมหาโพธิมีพี่ๆสำนักงานจังหวัดและสำนักงานพัฒนาชุมชนร่วมอำนวยความสะดวก

กองอำนวยการส่วนกลางตั้งโต๊ะต่างหากโดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมเซ็นชื่อและรับเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการฯ

เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปจะมีการจัดนิทรรศการรายละเอียดของโครงการฯ

ที่ชี้ให้เห็นถึงสถานะการณ์อุทกภัยที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่

และชี้ให้เห็นถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน

และนำตัวอย่างโครงการฯที่จะทำในประเทศไทยมาให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นตามแผนงาน 9 โมดุล

และให้เจ้าหน้าที่ของโครงการฯอธิบายถึงรูปร่างหน้าตาของสิ่งที่จะมาสร้างในจังหวัดปราจีนบุรี

ได้แก่กำแพงล้อมบางส่วนของตำบลนาแขม บางส่วนของตำบลเมืองเก่า บางส่วนของตำบลกบินทร์และเทศบาลตำบลกบินทร์ ซึ่งจะมีการขุดคลองระบายน้ำแควหนุมานสายใหม่ตรงระหว่างบ้านวังห้าง หมู่ที่ 2 ตำบลนาแขมและหมู่ที่ 15 ตำบลเมืองเก่าผ่านตำบลกบินทร์มาบรรจบแม่น้ำแควพระปรง ซึ่งตรงจุดที่บรรจบจะทำประตูระบายน้ำกั้นแม่น้ำแควพระปรงไว้ และขุดคลองสายใหม่อ้อมไปตามกำแพงจนไปบรรจบแม่น้ำปราจีนบุรีที่ตำบลกบินทร์

กำแพงล้อมอำเภอศรีมหาโพธิ

กำแพงล้อมอำเภอเมืองปราจีนบุรี

มีพี่ๆพยาบาลมาตั้งโต๊ะให้บริการประชาชนที่เข้าร่วมเวทีด้วย

ท่านวีรวุตศ์ ปุตตรเสนีย์ รองผู่ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีรับฟังการก่ลาวรายงานของคณะผู้จัดเวทีฯ

หัวห้นาคณะผู้จัดเวทีฯได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ว่าวันนี้คณะผู้จัดฯได้นำตัวอย่างโครงการของโมดูล B2 มาให้ผู้เข้าร่วมเวทีได้เห็นและช่วยกันนำเสนอความคิดเห็นว่า โครงการเหล่านี้มีความเหมาะสมที่จะนำมาสร้างในจังหวัดปราจีนบุรีหรือไม่ และขอให้ข้อแนะนำกับคณะผู้จัดว่าสมควรต้องทำอย่างไรเพื่อให้เป็นความต้องการของพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีอย่างแท้จริง

ซึ่งตัวแทนจาก 7 อำเภอของจังหวัดปราจีนบุรีทุกคนต่างมีความพร้อมที่จะให้ข้อแนะนำกับคณะผู้จัดอย่างเต็มที่

และอยากให้ผู้จัดฯได้ชี้แจงอย่างละเอียดว่าโคางการ โมดูล B2 ว่ามีวิธีการดำเนินโครงการอย่างไรและ จะมีประโยชน์หรือมีโทษต่อพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีอย่างไร

ตัวแทนฝ่ายท้องถิ่นของอำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอเมืองต่างเข้ามารับฟังรายละเอียดของโครงการฯ

เจ้าอาวาสวัดต่างๆในจังหวัดปราจีนบุรีก็เข้ามาร่วมรับฟังความคิดเห็นด้วย

เจ้าหน้าที่ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ก็เข้ามาร่วมรับฟังความคิดเห็นด้วย

ท่านวีรวุตศ์ ปุตตรเสนีย์ รองผู่ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีนำพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีร้องเพลงสดุดีมหาราชา

และให้สัมภาสท์บรรยากาศในการจัดเวทีผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

คณะผู้จัดเปิดสื่อให้ชมถึงเรื่องสถานะการณ์อุทกภัยที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่

และเชิญให้พี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีที่มีความสนใจที่ไม่ใช่ในกลุ่มเป้าหมาย 800 คน เข้ามาในห้องประชุม

และเนื่องจากคณะผู้จัดเห็นว่ามีเวลาไม่เพียงพอ จึงไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดโคางการ โมดูล B2 ว่ามีวิธีการดำเนินโครงการอย่างไรและ จะมีประโยชน์หรือมีโทษต่อพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีอย่างไรให้พี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีที่เข้าร่วมเวทีได้รับทราบ แต่ให้ผู้มีความประสงค์จะแสดงความคิดเห็นได้ลงชื่อขอแสดงความคิดเห็นได้ขึ้นพูดตามลำดับ และขอให้ผู้เข้าร่วมเวทีทั้งหมดทานอาหารกลางวันและอาหารว่างในห้องประชุมเลยโดยบรรจุอาหารลงในกล่องโฟม เพื่อไม่ให้กระบวนการขาดตอนซึ่งผู้เข้าร่วมเวทีก็ได้แสดงความคิดเห็นตามลำดับ เช่น ชาวบ้านอำเภอศรีมหาโพธิ ได้แสดงความคิดเห็นว่าการจัดกระบวนการอย่างนี้ต้องเริ่มที่พื้นที่ที่จะก่อสร้างก่อนว่าประชาชนในพื้นที่ต้องการหรือไม่

ท่านหัวหน้าส่วนประสานสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 6 เก็บรายระเอียดปัญหาและความต้องการของพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีทุกขั้นตอนเพื่อนำมาใช้ในกระบวนการวางแผนปฏิบัติการของสำนักงานฯต่อไป

ชาวบ้านอำเภอกบินทร์บุรีได้แสดงความคิดเห็นว่า วันนี้คณะผู้จัดได้มอบเอกสารที่มีภาพแผนที่ตั้งที่จะทำโครงการและมีรายละเอียดเล็กน้อยและตรงตู้กระจกเปิดไฟที่แสดงแผนที่ตั้งที่จะทำโครงการฯเจ้าหน้าที่ที่คอยตอบข้อซักถามก็ไม่สามารถให้รายละเอียดได้มากนัก

มีชาวบ้านหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นตรงกันว่าขอให้คณะผู้จัดไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ที่พื้นที่ที่จะก่อสร้างเลยว่าประชาชนในพื้นที่คิดอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

และมีหลายท่านที่แสดงความคิดเห็นถึงแนวทางใหม่ๆ เช่น น้ำท่วมปราจีนบุรีส่วนใหญ่เกิดจากมวลน้ำจากแควพระสทึง จังหวัดสระแก้ว ไหลมาตามแควพระปรงจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งวิธีแก้ก็คือให้ทำทางระบายน้ำจากแควพระสทึงไปหาแควระบมสียัดผ่านเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอ่างเขาลือใน ระบายน้ำลงสู่ทะเลไป ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยก่วาและไม่สง่ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมากนัก

และมีการแสดงความคิดเห็นถึงการทำทางระบายน้ำจากอำเภอศรีมหาโพธิไปออกที่อำเภอบางคล้า ที่มีระยะความก้วาง 200 เมตร ให้ลดแบบแปลนลงมาเหลือความก้วางแค่ 100 เมตรก็พอและให้เอางบประมาณส่วนที่เหลือไปขุดสระหรือบ่อตั้งแต่เชิงเขาใหญ่ลาดลงมาเพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดปีเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งไปพร้อมกัน

และมีหลายท่านนำเอกสารมาประกอบการแสดงความคิดเห็นและแนะนำให้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมาก เช่น การขุดลอกคูคลองและแม่น้ำสายต่างๆให้มีความก้วางและลึกเหมือนเดิมและแก้ไขการบุกรุกถมที่ล้ำลงมาในแม่น้ำ

และมีหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นว่าการส้รางกำแพงล้อมเขตเทศบาลตำบลกบินทร์เขตอำเภอศรีมหาโพธิ และเขตอำเภอเมืองนั้นเป็นการส้รางขวางทางน้ำ จะทำให้ประชาชนทีอยู่นอกกำแพงล้อมได้รับผลกระทบอย่างมาก และถ้ากำแพงล้อมพังหรือขาดเหมือนถนนชลประทานตำบลวังดาล ชาวบ้านที่อยู่ในเขตกำแพงล้อมอาจจะต้องเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และทรัพย์สินอาจจะเสียหายทั้งหมดเพราะอพยพไม่ทัน

ทางคณะผู้จัดฯได้เชิญพี่กิตติ เลิศล้ำ มาเป็นผู้แสดงความคิดเห็นเป็นคนสุดท้ายซึ่งพี่กิตติได้สรุปความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมเวทีทั้งหมดว่า พี่น้องประชาชนที่มาร่วมเวทีในวันนี้และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงการจัดทำโครงการ  โมดูล B2 ว่ามีวิธีการดำเนินโครงการอย่างไรและ จะมีประโยชน์หรือมีโทษต่อพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีอย่างไร จึงขอให้คณะผู้จัดฯได้ลงไปส้รางความเข้าใจตั้งแต่ในระดับพื้นที่ชุมชนและรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีว่ามีความคิดเห็นอย่างไร และปฏิบัติไปตามความคิดเห็นนั้น

คณะผู้จัดฯได้มาสรุปเรียบเรียงความคิดเห็นของผู้แสดงความคิดเห็นทุกท่านให้ผู้เข้าร่วมในเวทีรับฟังอีกครั้งหนึ่งเพื่อยืนยันผลการสรุปของคณะผู้จัดฯเป็นการสรุปที่ตรงกับความต้องการของผู้เข้าร่วมเวทีอย่างแท้จริง

หัวห้นาคณะผู้จัดเวทีฯได้ก่ลาวปิดการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นฯและจะเริ่มลงไปจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่พื้นที่ชุมชนต่อไป

และบอกกับทีมงานก่อนเดินทางกลับว่า ขอถ่ายรุปกับชาวบ้านก่อน และพูดคุยกับชาวบ้านว่า  ส่วนราชการกับชาวบ้านต้องมีการพูดคุยส้รางความเข้าใจกันมากก่วานี้ก่อนที่คณะผู้จัดฯจะลงพื้นที่ชุมชน